News

รอยช้ำในวันหย่าร้าง สู่การลุกขึ้นเป็นนางพญา:

วินาทีที่ขบวนรถหรูของมารดาสยบความจองหองของอดีตสามี

กระดาษทะเบียนหย่าที่มีลายเซ็นของเราสองคนวางตระหง่านอยู่บนโต๊ะกระจกใสกลางห้องรับแขกสุดหรู มันคือจุดจบของความรักห้าปีที่ฉันเคยคิดว่าสวยงามที่สุดในชีวิต

ฉัน **‘นลิน’** หญิงสาวที่แต่งตัวปอนๆ ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สีซีด ยืนมองอดีตสามีอย่าง **‘กวิน’** ชายหนุ่มที่ฉันเคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันความลำบากมาด้วยกันตั้งแต่เขายังเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดา จนวันนี้เขากลายเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ทว่าความสำเร็จและเงินทองกลับเปลี่ยนผู้ชายที่แสนดีคนนั้น ให้กลายเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงและเลือดเย็น

ข้างกายของเขาคือ **‘ลิตา’** ลูกสาวนักการเมืองชื่อดังที่แต่งตัวด้วยชุดแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอยืนเกาะแขนกวินพร้อมกับส่งยิ้มหยามเหยียดมาให้ฉัน

“เซ็นเสร็จแล้วก็เก็บกระเป๋าเน่าๆ ของเธอแล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว นลิน” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้เยื่อใย แววตาที่เขามองฉันไม่มีแม้แต่ความผูกพัน มีเพียงความรำคาญราวกับฉันเป็นขยะชิ้นหนึ่ง “ขอบใจนะที่ยอมหย่าให้ง่ายๆ เธอก็รู้ว่าคนอย่างเธอ… มันไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างผู้บริหารอย่างฉันอีกต่อไปแล้ว ลิตาต่างหากคือผู้หญิงที่คู่ควรกับฉัน”

“ใช่ค่ะนลิน” ลิตาจีบปากจีบคอพูดเสริม “คนเราต้องรู้จักเจียมตัวนะคะ กวินเขาไปได้ไกลแล้ว เธอควรจะปล่อยเขาไปเจอสังคมที่ดีกว่า ไม่ใช่ดึงเขาให้ต่ำลงมาคลุกฝุ่นกับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ”

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไม่ยอมปล่อยให้น้ำตาแห่งความสมเพชตัวเองไหลออกมา ฉันก้มลงหยิบกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่บรรจุเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชิ้นของตัวเองขึ้นมาถือไว้

“ฉันไปแน่ค่ะ” ฉันตอบเสียงเรียบ “และหวังว่าพวกคุณสองคนจะไปกันรอดนะ”

กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอยากจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันให้จมดิน เขาคงคิดว่าการไล่ฉันออกจากบ้านตัวเปล่ายังไม่สะใจพอ ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่ง… เบอร์ของ ‘แม่’ ฉัน ซึ่งเขาเคยบันทึกไว้เมื่อนานมาแล้ว

กวินกดเปิดลำโพง (Speakerphone) เพื่อให้ฉันและลิตาได้ยินบทสนทนานี้อย่างชัดเจน เขาจงใจจะทำให้ฉันอับอายจนถึงขีดสุด

“ฮัลโหล… คุณแม่เหรอครับ” กวินพูดด้วยน้ำเสียงยียวน

(มีธุระอะไร?) เสียงปลายสายตอบกลับมาสั้นๆ และทรงอำนาจ แต่กวินกลับไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกตินั้น

“ผมโทรมาบอกว่า ผมกับนลินหย่ากันเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้เธอกำลังจะถูกไล่ออกจากบ้านผม…” กวินเหยียดยิ้มมุมปาก จ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตาของผู้ชนะ **”มารับลูกสาวไม่ได้เรื่องของคุณแม่กลับไปเถอะครับ ผมไม่ต้องการเธอแล้ว! ผู้หญิงไร้ค่าที่วันๆ ทำตัวเป็นปลิงเกาะผมกินน่ะ ผมทนเลี้ยงไม่ไหวแล้วล่ะครับ!”**

ลิตาหลุดขำออกมาเสียงดัง เธอซบหน้าลงกับไหล่ของกวินอย่างสะใจ กวินเองก็ยิ้มกริ่ม เขาคงคิดว่าคำพูดพวกนี้จะเหมือนมีดที่กรีดแทงหัวใจฉันและครอบครัวจนย่อยยับ

ทว่า… เสียงที่ตอบกลับมาจากปลายสาย กลับนิ่งสงบและเย็นเยียบจนน่าขนลุก

**(งั้นเหรอ?… ฉันรอเวลานี้มาห้าปีแล้วกวิน)**

กวินขมวดคิ้วเล็กน้อย “แม่หมายความว่ายังไง…”

**(ฉันอยู่หน้าบ้านแกแล้ว… เปิดประตู!)**

สิ้นเสียงทรงอำนาจนั้น สายก็ถูกตัดไป กวินและลิตามองหน้ากันอย่างงุนงง ในขณะที่ฉันเพียงแค่เหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

เพียงแค่นาทีเดียวหลังจากที่สายถูกตัด เสียงเครื่องยนต์หรูหรากระหึ่มขึ้นที่หน้าประตูรั้วอัลลอยด์บานใหญ่ของคฤหาสน์กวิน ก่อนที่รั้วอัตโนมัติจะถูกสั่งให้เปิดออก (ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า)

ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้กวินและลิตาถึงกับอ้าปากค้าง ขบวนรถหรูสีดำขลับประดับธงสัญลักษณ์ตระกูลดัง ประกอบด้วย Rolls-Royce Phantom คันยาวหนึ่งคัน ขนาบข้างและตามหลังด้วย Mercedes-Maybach S-Class อีกสามคัน แล่นเข้ามาจอดเทียบถึงหน้าประตูบ้านอย่างเงียบเชียบและสง่างาม

ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทกว่าสิบคนก้าวลงจากรถ พวกเขายืนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ ก่อนที่บอดี้การ์ดคนหนึ่งจะโค้งคำนับและเปิดประตูรถ Rolls-Royce คันกลาง

ผู้หญิงวัยห้าสิบปลายๆ ที่สวมชุดสูทผ้าไหมแบรนด์เนม สวมแว่นตากันแดดคอลเลกชันจำกัด และประดับเพชรเม็ดงามที่ลำคอ ก้าวลงมาจากรถ รองเท้าส้นสูงราคาเหยียบแสนกระทบพื้นหินอ่อน ดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้อง รังสีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างดูอึดอัดไปถนัดตา

“มะ… แม่…” กวินเสียงสั่นตะกุกตะกัก นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงราวกับเห็นผี

เขาจำผู้หญิงคนนี้ได้ดี ไม่ใช่ในฐานะแม่ยายผู้ยากจนที่เขาเคยจินตนาการไว้… แต่เขาจำเธอได้จากหน้าปกนิตยสาร Forbes และงานกาล่าดินเนอร์ระดับชาติ ผู้หญิงตรงหน้าคือ **‘คุณหญิงดาริกา ศิริโภคากุล’** มหาเศรษฐีนีอันดับต้นๆ ของประเทศ เจ้าของอาณาจักร ‘ศิริโภคา กรุ๊ป’ ที่กุมสายพานเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ระดับชาติ!

“ค… คุณหญิงดาริกา” ลิตาที่เคยเย่อหยิ่งถึงกับหน้าถอดสี รีบปล่อยแขนกวินแล้วยกมือไหว้ด้วยความสั่นกลัว เพราะพ่อของเธอที่เป็นนักการเมือง ก็ยังต้องพึ่งพาทุนสนับสนุนจากศิริโภคา กรุ๊ป

คุณหญิงดาริกาถอดแว่นตากันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่ถอดแบบมาจากฉันไม่มีผิดเพี้ยน ท่านเดินฝ่ากวินและลิตาเข้ามาหาฉัน โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเศษสวะสองคนที่ยืนตัวสั่นอยู่

“แม่บอกลูกแล้วใช่มั้ยนลิน… ว่าผู้ชายที่รักแค่เปลือกนอก มันไม่มีทางดูแลทายาทหมื่นล้านของศิริโภคา กรุ๊ป ได้หรอก” คุณหญิงดาริกาเอื้อมมือมาลูบผมฉันอย่างอ่อนโยน

“นลินขอโทษค่ะแม่ ที่ดื้อรั้นอยากพิสูจน์รักแท้ นลินยอมปิดบังฐานะ ยอมทำตัวเป็นคนธรรมดา เพราะกวินบอกว่าเขาเกลียดผู้หญิงไฮโซที่ใช้แต่เงิน… แต่นลินเพิ่งรู้ซึ้งวันนี้เองค่ะ ว่าที่เขาเกลียด ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากได้ แต่เพราะเขา ‘ไม่มีปัญญา’ เอื้อมถึงต่างหาก พอเขามีเงินนิดหน่อย เขาก็เผยธาตุแท้ออกมา” ฉันสวมกอดแม่ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แท้จริง

กวินเข่าทรุดลงกับพื้นบ้าน เขามองฉันสลับกับคุณหญิงดาริกาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความจริงที่ตีแสกหน้าทำให้เขาช็อกจนแทบหยุดหายใจ ผู้หญิงที่เขาด่าว่า ‘ไร้ค่า’ และ ‘ไม่ได้เรื่อง’ มาตลอด คือทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีที่เขากำลังตามเลียแข้งเลียขาเพื่อขอร่วมทุนทำโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่!

“น… นลิน… นี่มันเรื่องอะไรกัน คุณคือหนูนลิน ทายาทศิริโภคา กรุ๊ป งั้นเหรอ? ทำไมคุณไม่เคยบอกผม!” กวินละล่ำละลัก พยายามจะคลานเข้ามาจับมือฉัน แต่บอดี้การ์ดร่างยักษ์ก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที

“บอกไปเพื่ออะไรล่ะกวิน?” ฉันมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าที่สุด “เพื่อให้คุณสูบเลือดสูบเนื้อฉันมากกว่านี้เหรอ? แค่ฉันแอบใช้เส้นสายสนับสนุนบริษัทคุณอยู่เบื้องหลังเงียบๆ ดันโปรเจกต์ที่คุณทำจนสำเร็จ… มันก็มากพอแล้วสำหรับการตอบแทนความรักจอมปลอมของคุณ”

กวินเบิกตากว้าง ยิ่งรู้ว่าความสำเร็จที่เขาภาคภูมิใจหนักหนา แท้จริงแล้วมาจากบารมีของอดีตภรรยาที่เขาเพิ่งเหยียบย่ำ เขาก็ยิ่งเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่

คุณหญิงดาริกาปรายตามองกวินอย่างรังเกียจ “เมื่อกี้แกพูดทางโทรศัพท์ว่าอะไรนะ? ลูกสาวฉันไร้ค่า? ทนเลี้ยงไม่ไหว? หึ… งั้นแกก็จงจำใส่กะโหลกไว้ ว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บริษัทอสังหาฯ ของแก จะถูกถอนทุนทั้งหมดจากศิริโภคา กรุ๊ป ธนาคารทุกแห่งในเครือของฉันจะระงับสินเชื่อของแก และฉันจะรับประกันเลยว่า จะไม่มีใครในประเทศนี้กล้าทำธุรกิจกับคนทรยศอย่างแกอีก!”

“ไม่นะครับคุณหญิง! ไม่นะนลิน! ผมขอโทษ ผมมันโง่เอง ผมตาบอด! นลินครับ เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ ผมรักคุณนะนลิน!” กวินร้องไห้ฟูมฟาย ร้องขอความเมตตาอย่างน่าสมเพช ทิ้งคราบผู้บริหารผู้เย่อหยิ่งไปจนหมดสิ้น

ส่วนลิตา เมื่อรู้ว่ากวินกำลังจะหมดตัวและล้มละลาย เธอก็รีบถอยห่าง “นี่คุณหลอกฉันเหรอกวิน! คุณบอกว่าคุณรวยไง ถ้ารู้ว่าคุณกำลังจะล้มละลาย ฉันไม่เอาตัวมาเกลือกกลั้วด้วยหรอก! ลาก่อน!” พูดจบ ลิตาก็สะบัดหน้าเดินหนีออกจากคฤหาสน์ไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของกวินเลยแม้แต่น้อย

ฉันมองภาพอดีตสามีที่นั่งร้องไห้กอดเข่าอยู่บนพื้นหินอ่อน ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาแห่งความสงสารหลงเหลืออยู่

“กลับบ้านเรากันเถอะลูก อาณาจักรของเรายังรอให้ลูกไปสานต่อ” คุณหญิงดาริกาโอบไหล่ฉัน

ฉันหันหลังเดินตามแม่ไปขึ้นรถ Rolls-Royce คันหรู ทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่าและอดีตที่โง่เขลาไว้เบื้องหลัง บอดี้การ์ดปิดประตูรถลงอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ขบวนรถหรูจะเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ที่กำลังจะกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังในชีวิตของกวิน

ฉันมองผ่านกระจกหลังรถ เห็นกวินวิ่งตามรถมาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนสะดุดล้มคลุกฝุ่นอยู่หน้าประตูรั้ว… ความอับอายและการสูญเสียที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นสำหรับเขาเท่านั้น.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!